ประกาศความเป็นส่วนตัว

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

CP Seeding Social Impact Co., Ltd.

CP Seeding Social Impact Co., Ltd. ในนามของแพลตฟอร์มยั่งยืน ขอบพระคุณผู้ใช้งานอย่างยิ่งที่เข้ามาใช้งาน ทางหน่วยงานได้ตระหนักถึงความสําคัญของข้อมูลส่วนตัว และคุ้มครองข้อมูลของผู้ใช้งาน ตามที่ได้กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act B.E. 2562) จึงได้จัดทําประกาศฯ ฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ทราบถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานทุกท่าน ดังนี้

ประกาศฉบับนี้ใช้กับบริการภายใต้ระบบ CP Seeding ซึ่งรวมถึง https://cpseeding.com , https://identity.cpseeding.com และ https://learning.cpseeding.com โดยแต่ละโดเมนอาจมีบทบาทต่างกันในการให้บริการ เช่น การสมัครสมาชิก การเข้าสู่ระบบ การยืนยันตัวตน และการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มหลักหลังการยืนยันตัวตนสำเร็จ

คํานิยาม

ภายใต้คําประกาศฯ ฉบับนี้ให้คําต่อไปนี้มีความหมายตามที่ระบุไว้ในข้อนี้ ยกเว้นเนื้อความจะกําหนดไว้เป็นอื่นข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

  • “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 26 ของพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกําหนด

  • แพลตฟอร์ม” หมายถึง แพลตฟอร์มยั่งยืน

  • หน่วยงาน, เรา, บริษัทฯ” หมายถึง CP Seeding Social Impact Co., Ltd.

  • ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า” หมายถึง บุคคลที่อาจเข้ามาเป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ อันรวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ขาย ผู้จัดหาสินค้า และ/หรือ บริการ เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และผู้เช่าพื้นที่ในสถานที่หรือร้านสาขาของบริษัทฯ ทั้งในกรณีที่บุคคลดังกล่าวได้แสดงเจตนาจะเข้าทําสัญญา และ/หรือ ลงทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ

  • คู่ค้า” หมายถึง พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้จัดหาสินค้า และ/หรือ บริการ เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และผู้เช่าพื้นที่ในสถานที่หรือร้านสาขาของบริษัทฯ รวมถึงบุคคลอื่นใดที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้า และ/หรือ บริการแก่บริษัทฯ ตลอดจนผู้ที่ได้ลงทะเบียนเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดในลักษณะคล้ายคลึงกันกับบริษัทฯ อาทิ ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ วิทยากร ผู้เข้าร่วมโครงการธุรกิจ คู่สัญญา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน

  • “ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้าหรือคู่ค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้าหรือคู่ค้า เช่น กรรมการ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคลากรของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้าหรือคู่ค้าซึ่งเป็นนิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้จัดการ ผู้สั่งซื้อ ผู้รับสินค้า และผู้สั่งจ่ายเช็ค เป็นต้น

  • พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎ ระเบียบ หรือกฎหมายลําดับรองอื่นที่ตราขึ้นโดยอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

  • กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและที่มีผลบังคับใช้

  • คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่และหน่วยงานกํากับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

1.วิธีการใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ โดยตรง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก ได้แก่

  1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-สกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน รูปภาพบัตรประชาชนรูปภาพหนังสือเดินทาง ข้อมูลบัญชีที่ชําระค่าบริการ อีเมล ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลการศึกษา การจ้างงาน รายได้ ตําแหน่งของตัวท่านขณะใช้บริการแพลตฟอร์มผ่าน และข้อมูลอื่น ๆ ที่ท่านให้แก่เราเมื่อทําการสมัครเข้าใช้งาน

  2. ข้อมูลทางธุรกิจ เช่น ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20) หนังสืออนุญาต หนังสือมอบอํานาจ เอกสารรับรองรายได้ ข้อมูลบัญชีธนาคาร

  3. ข้อมูลที่จําเป็นในการติดต่อท่าน เช่น หมายเลขโทรศัพท์ Line ID อีเมล

  4. ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ รวมถึงรายละเอียดการลงทะเบียนของท่าน เช่น Username Password หรือข้อมูลที่คล้ายคลึงกันเพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบของท่าน

  5. ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ และพฤติกรรมการใช้งานของท่าน เช่น คุ๊กกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกัน รวมถึงข้อมูลระบุถึงอุปกรณ์ที่ใช้ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจําเครื่อง (Unique Device Identifier) สิ่งบ่งชี้ของอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Equipment Identifier) หมายเลขบัญชีโฆษณาที่เชื่อมต่ออยู่บนเครื่องอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Advertisement ID) และหมายเลขที่ใช้สําหรับระบุตัวตนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP Address)

  6. ข้อมูลทางการเงิน เช่น รายละเอียดบัญชี รายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร หมายเลขประจําตัวพร้อมเพย์หมายเลขประจําตัว e-wallet รายละเอียดและประวัติการชําระเงิน รวมไปถึงข้อมูลของท่านที่เกี่ยวกับรายละเอียดความเสี่ยงสําหรับพันธมิตรทางธุรกิจ รวมไปถึงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตและความสามารถในการชําระหนี้ (credit rating and Solvency) และข้อมูลตามแบบประเมินความเสี่ยง (information in accordance with the declaration of Suitability) ความเหมาะสมในการทําธุรกรรม และรายละเอียดอื่นใดทางการเงิน

  7. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อขาย การให้บริการ และการเช่าพื้นที่ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการชําระเงินไปยังและจากท่าน วันที่และ/หรือเวลาที่ชําระเงิน ยอดชําระเงิน ข้อมูลเกี่ยวกับการขอเงินคืน ยอดเงินคืน คะแนนสะสม วันที่และสถานที่ที่ซื้อ หมายเลขการซื้อหรือคําสั่งซื้อรหัสผู้เช่า ประวัติการทําธุรกรรม รายละเอียดของสินค้า พฤติกรรมการเลือกเช่าพื้นที่ของท่าน รายละเอียดของการเช่า รวมถึงรายละเอียดร้านค้าของท่าน หรือบริการที่ต้องการ เลขที่บัญชีธนาคารและจํานวนเงิน เป็นต้น

  8. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น พฤติกรรมหรือแนวโน้มในการซื้อสินค้าและ/หรือบริการ และบันทึกการสนทนา

ทั้งนี้ เพื่อความจําเป็นในการให้บริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากบริการพื้นฐานของหน่วยงาน ซึ่งมาจากคู่ค้าทางธุรกิจ หรือกรณีเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลที่ความละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) นอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น บริษัทฯ จะดําเนินการภายใต้ฐานต่างๆ ตามกฎหมายกําหนดเท่านั้น โดยบริษัทฯ จะแจ้งวัตถุประสงค์ และประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยก่อนหรือขณะที่จะมีการดําเนินการดังกล่าว

ในกรณีที่บริษัทฯ

เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งท่านมีสิทธิยกเลิกความยินยอม โดยติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 12 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคําขอยกเลิกความยินยอมของท่านและดําเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

2.วิธีการใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจนําข้อมูลของท่านไปใช้ในการบริหารและจัดการประสิทธิภาพในการทํางานของแพลตฟอร์ม ดังนี้

  • เมื่อท่านทําการจองพื้นที่ของเรา เราอาจนําข้อมูลการจองบางส่วนของท่านไปเปิดเผยให้แก่ผู้ให้เช่าสถานที่ เช่น ชื่อและข้อมูลการจองของท่าน เอกสารยืนยันตัวตน เพื่อดําเนินการเกี่ยวกับการจองสถานที่ และฐานสัญญาที่ท่านเลือกไว้

  • เมื่อมีการติดต่อเข้ามายังฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ อาจมีการบันทึกข้อความแชท หรือเสียง เพื่อใช้ในการอ้างอิงในการปรับปรุงการให้บริการของเรา โดยหากท่านประสงค์ไม่ให้มีการบันทึกข้อมูลดังกล่าว ท่านสามารถแจ้งแก่พนักงานบริการ โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้ในระยะหนึ่งและจะถูกลบจากระบบโดยอัตโนมัติหลังจากนั้น นอกจากว่าบริษัทฯ จะมีการขยายระยะการเก็บบันทึกด้วยเหตุผลที่ชอบด้านกฎหมาย เราอาจนําข้อมูลสินค้า และบริการ รวมถึงการใช้งานแพลตฟอร์มเพื่อออกแบบสอบถามความเห็นหรือให้ข้อมูลการใช้บริการแก่ท่าน

  • หากมีข่าวสารหรือการประกาศ เราอาจส่งข้อความหรืออีเมลแจ้งเตือนไปยังท่านเพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน และผู้เกี่ยวข้อง โดยท่านสามารถยกเลิกการรับข้อความหรืออีเมลได้ โดยการคลิกลิงก์ “ยกเลิกการรับข่าวสาร” ผ่านข้อความและอีเมลที่ส่งไปยังท่าน

นอกเหนือจากการใช้ และจัดเก็บข้อมูลข้างต้นแล้ว การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก และการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น บริษัทฯ จะดําเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนดข้างต้น หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกําหนดให้กระทําได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกําหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่านก่อน บริษัทฯจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

3.วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล

เหตุผล และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันสําหรับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท

ฐานสัญญา

ในกรณีที่ผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้ามีความประสงค์จะเข้าทำสัญญาซื้อขายหรือให้บริการกับบริษัทฯ โดยเป็นฝ่ายยื่นคําขอหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับทางบริษัทฯ เอง

เพื่อลงทะเบียนผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

ฐานสัญญา

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตาม คําขอของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเพื่อดำเนินการลงทะเบียนเป็นคู่ค้า หรือการดำเนินการอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

เพื่อจัดทํารายงานและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆที่จําเป็นต่อการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ

 

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิรายงานสั่งซื้อสินค้า/บริการ และเพื่อเก็บประวัติเป็นต้น

เพื่อจัดซื้อจัดจ้างและการคัดเลือกคู่ค้าหรือบุคคลอื่นใดที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

ฐานสัญญา

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจําเป็นในการดําเนินการตามคําขอ เข้าเสนอราคาของคู่ค้าที่เสนอราคา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ก่อนเข้าทําสัญญาซื้อขาย สัญญาให้บริการ สัญญาเช่า หรือสัญญาทางธุรกิจใด ๆ หรือ อื่น ๆที เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ

 

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจและดำเนินการตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ เช่น การตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของคู่ค้า เป็นต้น

เพื่อลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจนการดําเนินการตามคําขอต่างๆของ คู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคถึงกัน

ฐานสัญญา

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจําเป็นในการลงทะเบียนคู่ค้ารายใหม่

หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตลอดจนการดําเนินการตามคําขอต่าง ๆ ของคู่ค้า

หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในระบบของบริษัทฯ เช่น การ เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลของคู่ค้า เป็นต้น

เพื่อจัดทําและการบริหารจัดการ สัญญาระหว่างบริษัทฯ กับ คู่สัญญาใดๆ

ฐานสัญญา

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาเป็นสิ่งจําเป็นเพื่อใช้ในการ ดําเนินการตามคําขอของคู่สัญญาดังกล่าว ที่ได้แสดงเจตนาเข้าทําสัญญากับบริษัทฯ

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญา (หรือของ บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนของคู่สัญญา ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นนิติบุคคล) เป็นการ จําเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการจัดทําและการบริหารจัดการสัญญา ของบริษัทฯ เช่น การตรวจสอบยืนยันตัวตนและคุณสมบัติของคู่สัญญา เป็นต้น

เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา

ฐานสัญญา

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจําเป็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามสัญญาซึ่งบริษัทฯ ทําขึ้นกับท่าน หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น การสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ การตั้งหนี้และชําระราคาสินค้าหรือบริการ และการรับสินค้าหรือบริการ เป็นต้น

เพื่อบริหารจัดการและปรับปรุง วิธีการดําเนินงานตามปกติของบริษัทฯ

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ในการปรับปรุงพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รูปแบบวิธีการสื่อสารกับคู่ค้า และการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ นั้น บริษัทฯ จําเป็นต้องใช้ข้อมูล ส่วนบุคคลเพื่อทําการวิจัยและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ซึ่งรวมถึงระบบความปลอดภัยของข้อมูล) และวิธีการดําเนินงานของบริษัทฯ

เพื่อสํารวจความคิดเห็นของคู่ค้าหรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

บริษัทฯ อาจขอความร่วมมือจากท่านเป็นครั้งคราวให้ตอบแบบสํารวจความคิดเห็น หรือประเมินผลการดําเนินงานโดยบริษัทในกลุ่มฯ และบริษัทอื่นใดที่ได้รับมอบหมาย ในกรณีที่ท่านตกลงเข้าร่วมทําแบบสํารวจความคิดเห็นดังกล่าวถือว่าท่านยินย อมให้เราจัดเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านจะได้ให้ไว้ เพิ่มเติม ทั้งนี้การใช้ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศฯ ฉบับนี้หรือวัตถุประสงค์อื่นตามที่เราจะได้แจ้งไว้ในแบบสํารวจความคิดเห็นนั้น

เพื่อทําการติดต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กับท่าน

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

บริษัทฯ จําเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อติดต่อกับท่าน เกี่ยวกับข่าวสารของบริษัทฯ เพื่อชี้แจงข้อมูล หรือให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม

ฐานความยินยอม

การที่บริษัทฯ จะดําเนินกิจกรรมทางการตลาดใดๆ อาทิ การส่งข้อความเกี่ยวกับการสื่อสารทางการตลาดให้แก่ลูกค้า การขอถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวของลูกค้า เพื่อนําไปประมวลภาพและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาดตามช่องทางสื่อต่างๆ

เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ฐานกฎหมายและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็น สิ่งจําเป็นต่อสู้คดีตามกฎหมายหรือระงับข้อพิพาทระหว่างบริษัทฯ กับท่าน ตัวอย่างเช่น กรณีที่มีข้อพิพาท หรือการไม่ปฏิบัติตามสัญญาเกิดขึ้น

เพื่อดําเนินการใดๆ ที่จําเป็น และเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือ เกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่จําเป็นเพื่อประโยชน์ ชอบด้วยกฎหมายในการดําเนินการใดๆ ที่จําเป็นของบริษัทฯ และ/หรือเป็นประโยชน์ต่อ ท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กําหนดข้างต้น

ทั้งนี้หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สินของบริษัท

ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์ สินของบริษัทฯ เช่น การใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อ ป้องกันการสูญหาย หรือเสียหายในทรัพย์สินของบริษัทฯ หรือใช้เพื่อติดตามเอาคืน ทรัพย์สิน หรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการทําให้ทรัพย์สินของบริษัทฯ สูญหาย หรือเสียหาย เป็นต้น

ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ดูแล ป้องกัน หรือระงับเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ

บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น หรือเมื่อบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กําหนดไว้

ทั้งนี้

หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลที่มีความอ่อนไหวของท่าน เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา และข้อมูลสุขภาพ ในกรณีที่ท่านนําส่งเอกสารใด ๆ ให้กับบริษัทฯ ซึ่งมีการระบุข้อมูลดังกล่าวไว้อาทิ สําเนาบัตรประชาชนที่ระบุศาสนาและกรุ๊ปเลือด ขอให้ท่านขีดฆ่าข้อมูลนั้น ออกเสียก่อนทําการส่งมอบ

4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

4.1 บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด ให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังต่อไปนี้

  1. บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร และบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้องและตามความจําเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  2. คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทําหน้าที่บริหารจัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่นผู้ให้เช่าพื้นที่ เพื่อดําเนินการการจัดการสถานที่ให้แก่ท่าน โดยผู้ให้เช่าสถานที่อาจติดต่อท่านหากจําเป็น เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม และดําเนินการอํานวยความสะดวกในการจองและเข้าใช้พื้นที่หรือตอบกลับข้อทบทวนที่ท่านเข้ามา โดยเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้เช่าสถานที่

  3. ที่ปรึกษาของบริษัทฯ อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใดทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ

  4. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กํากับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานอัยการสูงสุด และศาล เป็นต้น

  5. บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ อาทิ การเปิดเผยการประมวลภาพกิจกรรมตามช่องทางสื่อต่าง ๆ ของบริษัทฯให้แก่ประชาชนทั่วไป

4.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดําเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกําหนดให้กระทําได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกําหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน

4.3 ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทฯ จะดําเนินการเพื่อทําให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทําให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอน ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด โดยในบางกรณี บริษัทฯ อาจขอความยินยอมของท่านสําหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

5. ข้อมูลจากพันธมิตรรายอื่น

หากท่านเข้าใช้งานหรือเข้าสู่ระบบของแพลตฟอร์มผ่านบัญชีของผู้ให้บริการภายนอก เช่น Facebook, Google หรือ Apple (Sign in with Apple) บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนและสร้าง/เชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม เช่น รหัสประจำตัวผู้ใช้จากผู้ให้บริการ (Provider User ID/Identifier) ชื่อผู้ใช้ และ/หรืออีเมล (ทั้งนี้ กรณี Apple อาจเป็นอีเมลแบบปกปิดตัวตน (Private Relay) และข้อมูลบางอย่างอาจได้รับเฉพาะครั้งแรกที่ท่านอนุญาต)

ข้อมูลที่ใช้เพื่อการยืนยันตัวตน (เช่น Token) จะถูกใช้เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องและความปลอดภัยตามความจำเป็น และอาจมีการจัดเก็บไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บริการและ/หรือรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ ทั้งนี้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับนี้

ท่านสามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าได้จากหน้าตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากท่านต้องการปฏิเสธการเชื่อมโยง ท่านสามารถทำได้โดยการกด “ปฏิเสธ” ที่หน้าเข้าสู่ระบบ หรือหากต้องการความช่วยเหลือท่านสามารถติดต่อมายังทีมลูกค้าสัมพันธ์ได้ทุกเมื่อ

6.ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จําเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กําหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ

โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กําหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนด (ถ้ามี) โดยคํานึงถึงอายุความตามกฎหมายสําหรับการดําเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ บริษัทฯ เก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และโดยคํานึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัทฯ และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสําหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทเป็นสําคัญ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวหากกฎหมายอนุญาตหรือการเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจําเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทฯ หลังจากครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บหรือระบบของบริษัทฯ และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัทฯ (ถ้ามี) หรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทฯ สามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องกําหนด ทั้งนี้ สําหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 12 ของประกาศฯ ฉบับนี้

7.สิทธิต่าง ๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อในข้อ 12 ของประกาศฯ ฉบับนี้

  1. 7.1สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัทฯ ทําสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

  2. 7.2สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทําได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

  3. 7.3สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

  4. 7.4สิทธิ์ในการลบข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านอาจขอให้บริษัทฯ ลบ ทําลายหรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้ อมูลส่วนบุคคลกําหนด

  5. 7.5สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

  6. 7.6สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

    ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

  7. 7.7สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม

    ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฯ ของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ได้ การถอนความยินยอมของคุณอาจทําให้เราไม่สามารถดําเนินการกับการสมัครเข้าใช้งาน การใช้งานใดๆ และข้อมูลใดๆ ที่คุณให้กับเรา

  8. 7.8สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน

    หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 12 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทฯ ได้ทําการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม ระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคําร้องขอใช้สิทธิของท่านและดําเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด

8.การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

หน่วยงานมีการนําระบบรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นไปตามมาตรฐาน และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องข้อมูลอันสําคัญยิ่งของท่านให้สอดคล่องกันกฎหมาย และหลักสากลตลอดเวลา ทั้งนี้หน่วยงานยังเน้นย้ํากับเจ้าหน้าที่

รวมถึงผู้มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือมีหน้าที่ตามกฎหมายให้รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มิให้ถูกนําไปเปิดเผย ดัดแปลง หรือเข้าถึงโดยมิได้รับอนุญาตซึ่งนํามาสู่การกระทําอันมิชอบทางด้านกฎหมาย

สําหรับรหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้ และข้อมูลบัตรเครดิต/ช่องทางการชําระเงิน จะถูกเข้ารหัสตามขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานของการเก็บรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ทางหน่วยงานจําเป็นหรือต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของท่านไปยังต่างประเทศ หน่วยงานจะทําการตรวจขั้นตอนเพื่อโอนก่อนทําการโอนข้อมูลต่าง ๆ โดยประเทศปลายทางที่รับข้อมูลจะต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด เว้นแต่จะได้รับการยินยอมจากท่านให้หน่วยงานส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศดังกล่าว

หน่วยงานมีสิทธิในการปฏิเสธความรับผิดชอบใด ๆ ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกจารกรรมทางคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าในรูปแบบการเจาะระบบ (Hacking) ขโมย สําเนา หรือทําลายหลักฐานข้อมูล ทําลายรหัสลับส่วนตัว (Password Mining) หรือวิธีการอื่นใด ซึ่งมิใช่ความผิดของหน่วยงาน

ทั้งนี้หน่วยงานจะทําการเก็บข้อมูลของท่านในระยะเวลาที่จําเป็นต่อการให้บริการ และเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายหรือข้อปฏิบัติที่ทําร่วมกัน เมื่อหน่วยงานไม่จําเป็นต้องใช้ข้อมูลของท่านแล้ว ข้อมูลของท่านจะถูกลบออกจากระบบโดยดําเนินการตามหลักการอย่างเหมาะสมเพื่อมิให้ข้อมูลดังกล่าวระบุตัวตนของท่านได้

9.วิธีการเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว

ท่านสามารถแก้ไขข้อมูลบัญชีผู้ใช้ได้ทุกเมื่อ โดยการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบและเข้าสู่บัญชีของท่าน หรือติดต่อโดยตรงไปที่ลูกค้าสัมพันธ์ผ่านหรือส่งอีเมลมาที่ cpseeding.sme@gmail.com เพื่อทําการเข้าถึงข้อมูล เปลี่ยนแปลงข้อมูล ลบข้อมูล หรือคัดค้านการจัดเก็บข้อมูล

10.การเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้

บริษัทฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เมื่อมีความจําเป็นเท่านั้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น หรือกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ที่สําคัญใด ๆ พร้อมกับประกาศฯ ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนําให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นระยะ ๆ

11.ติดต่อเรา

หากท่านมีคําถาม ข้อเรียกร้อง หรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวข้องกับประกาศฯ ฉบับนี้ และ/หรือต้องการตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลใดของท่านอยู่ในความครอบครองของหน่วยงาน ท่านสามารถค้นหาคําตอบจากคําถามที่พบบ่อย (FAQ) หรือติดต่อ CP Seeding Social Impact Co., Ltd. ตามที่อยู่นี้ 111 ทรูดิจิทัล พาร์ค เวสต์ อาคารยูนิคอร์น ชั้น 5 ห้อง SH562 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 อีเมล cpseeding.sme@gmail.com

 

ให้ประกาศฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565